Nitisart 的个人资料Nitisart Krirk照片日志列表更多 工具 帮助

日志


10月2日

ธงคำตอบวิชากฎหมายประกันภัย ภาค๑/๕๒

                                                       ธงคำตอบ
สอบไล่วิชา  นบ.๓๑๐๑ กฎหมาย ลักษณะประกันภัย   กลุ่ม ๑ (๒ หน่วยกิต) ภาค ต้น ปีการศึกษา ๒๕๕๒          
สอบวัน ศุกร์ ที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒                     เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๓๐ น (๒ ชั่วโมง)

                                                                            ผู้ออกข้อสอบ อาจารย์โกญจนาท  เจริญสุข 

------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อ ๑ หนึ่งได้เอาประกันภัยรถยนต์ของตนไว้กับบริษัทประกันภัยจำกัด เพื่อความเสียหายอันเกิดแก่บุคคลภายนอก จำนวนเงินที่เอาประกันภัย ๑ แสน โดยกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อตกลงว่า “บริษัทจะถือว่า บุคคลใดซึ่งขับรถโดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ถือเสมือนหนึ่งว่าเป็นผู้เอาประกันภัย”  และในขณะเดียวกัน เขาก็ได้เอาประกันภัยในความเสียหายอันเกี่ยวกับรถยนต์อีกรมธรรม์หนึ่งด้วย วงเงินที่เอาประกัน ๒ แสนบาทในระหว่างอายุสัญญาประกันภัยสองได้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวจากนายหนึ่งเพื่อนำไปทำรถแท็กซี่มิเตอร์  โดยตกลงกันว่าในวันรับรถให้หนึ่งเป็นคนนำรถไปส่งให้สอง พอถึงวันนัดหนึ่งต้องไปธุระต่างจังหวัดกะทันหัน หนึ่งจึงโทรศัพท์แจ้งให้สองมาขับรถไปเอง และบอกว่าหากมีอะไรเกิดขึ้น เขาจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง และทั้งสองคนยังไม่ได้แจ้งการซื้อขายให้บริษัททราบ  ปรากฏว่าระหว่างที่นายสองขับรถจากบ้านของหนึ่งไปนั้น สองประสบอุบัติเหตุชนกับรถของสามเสียหาย คิดเป็นเงิน ๕ หมื่นบาท  และรถของหนึ่งก็เสียหายคิดเป็นเงิน ๓ หมื่นบาทด้วย จงวินิจฉัยว่า บริษัทประกันภัยจำกัดต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ใคร อย่างไรหรือไม่ เพราะเหตุใด (๓๕ คะแนน)



ธงคำตอบ ข้อ ๑  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ๘๖๒ , ๘๖๓ , ๘๗๕ , ๘๗๗ , และ ๘๘๗
กรณีตามปัญหา หนึ่งเอาประกันภัยรถยนต์ของตนไว้กับบริษัทประกันภัย ฯ เมื่อหนึ่งเป็นเจ้าของรถก็ย่อมต้องถือว่าหนึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกันภัย สัญญาจึงมีผลผูกพัน ตาม มาตรา ๘๖๓ และเมื่อไม่ได้ระบุผู้รับประโยชน์ไว้เขาจึงเป็นทั้งผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์ ตาม มาตรา ๘๖๒ วรรคท้าย การประกันภัยสามารถที่จะแยกพิจารณาได้ ๒ กรณี
กรณีแรก  การประกันภัยเพื่อความเสียหายอันเกิดแก่บุคคลภายนอก ถือว่าเป็นสัญญาประกันภัยค้ำจุน ตามมาตรา ๘๘๗  เมื่อกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อตกลงอย่างไรก็ต้องถือปฏิบัติตามนั้นฯ การที่สองได้ขับรถคนดังกล่าว โดยความยินยอมของหนึ่งผู้เอาประกันภัย ถือว่าการขับรถยนต์ของสองเสมือนว่าสองเป็นผู้เอาประกันภัยด้วย เมื่อเกิดอุบัติเหตุไปชนกับรถยนต์ของสามเสียหายคิดเป็นเงิน ๕ หมื่นบาท สามจึงมีสิทธิเรียกร้องค่าซ่อมรถจากบริษัทประกันภัยได้ตามสัญญาประกันภัยค้ำจุน ตาม มาตรา ๘๘๗ ประกอบมาตรา ๘๗๗(๑)
กรณีที่สอง การที่สองได้ซื้อรถยนต์ที่มีประกันภัยไปจากหนึ่งซึ่งยังไม่มีใครแจ้งการโอนซื้อขายให้บริษัทประกันภัยทราบ  เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นทำให้รถที่ได้เอาประกันภัยไว้ไดรับความเสียหายคิดเป็นเงิน ๓ หมื่นบาทนั้น กรณีนี้ ถือว่าสิทธิตามสัญญาที่หนึ่งเอาประกันภัยไว้นั้นไม่โอนไปยังนายสองผู้ซื้อ เพราะยังไม่ได้มีการบอกกล่าวการโอนให้กับบริษัทประกันภัยทราบ สัญญาประกันภัยจึงยังคงอยู่กับหนึ่งผู้เอาประกันภัยตามมาตรา ๘๗๕ วรรค ๒ และในขณะที่รถยนต์ได้รับความเสียหายนั้น หนึ่งผู้เอาประกันภัยไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เพราะได้ขายรถยนต์ให้สองไปแล้ว จึงไม่มีส่วนได้เสียอีกด้วยเหตุนี้  บริษัทจึงไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับหนึ่งตาม มาตรา ๘๖๒ วรรคท้าย  ๘๖๓ และ ๘๗๗  รวมทั้งไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับสองด้วย และในกรณีที่สองจะนำรถยนต์คันนี้ไปทำเป็นแท็กซี่มิเตอร์ ซึ่งทำให้ช่องแห่งภัยเพิ่มมากขึ้น ตามมาตรา ๘๗๕ วรรคสอง ก็ไม่มีผลที่จะต้องนำมาพิจารณาแต่อย่างใด (๓๕ คะแนน)

ข้อ ๒ นายผอมป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่  นายผอมทำหนังสือยินยอมให้แพทย์ผ่าตัดมะเร็งเมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๔๙ อีก ๒ ปี ต่อมานายผอมทำสัญญาประกันชีวิตตนเองไว้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งแบบอาศัยความมรณะ ระยะเวลา คุ้มครอง ๒๐ ปี จำนวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐บาท  โดยไม่ได้มีการตรวจสุขภาพ  นายผอมระบุในคำขอเอาประกันว่าตนมีสุขภาพสมบูรณ์  วันทำสัญญา คือ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ ต่อมาวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ นายผอมตายด้วยโรคมะเร็ง นางอ้วนภรรยาผู้รับประโยชน์ได้ยื่นขอรับเงินประกันชีวิตเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม  ๒๕๕๑ โดยยื่นหลักฐานคือ ใบรายงานแพทย์แจ้งสาเหตุการตายว่าเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง และได้ระบุไว้ในรายงานด้วยว่า นายผอมเคยได้รับการผ่าตัดโรงมะเร็งลำไส้เมื่อ ๒ ปีก่อน ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ นายผอมเอาประกันชีวิตไว้กับบริษัทประกันภัย  แต่บริษัทประกันภัยพิจารณาแล้วเห็นว่า รายงานแพทย์ดังกล่าวยังไม่แน่นอนบริษัทประกันภัยยังต้องสืบสวนต่อไปจนกว่าจะได้ความจริงเสียก่อน  ดังนั้น ในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ บริษัทประกันภัยได้ส่งพนักงานของบริษัทไปตรวจสอบข้อมูลจากโรงพยาบาล จึงทราบความจริงในวันนี้ว่า นายผอมตายด้วยโรคมะเร็งซึ่งเป็นมาก่อนทำสัญญาจริง บริษัทจึงใช้สิทธิบอกล้างไม่จ่ายเงินให้นางอ้วน โดยอ้างว่าสัญญาเป็นโมฆียะ ในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑  ดังนี้ อยากทราบว่าสัญญาเป็นโมฆียะหรือไม่  และบริษัทประกันมีหน้าที่จ่ายเงินตามสัญญาประกันหรือไม่ เพราะเหตุใด ( ๓๐ คะแนน)

ธงคำตอบข้อ ๒ มาตรา ๘๖๕ วรรคแรก บัญญัติว่า “ถ้าในเวลาทำสัญญาประกันภัยผู้เอาประกันภัยก็ดี หรือในกรณีประกันชีวิตก็ดี บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพ หรือมรณะของเขานั้นก็ดี  รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัย ให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีก หรือให้บอกปัด ไม่ยอมทำสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ” จากมาตรานี้สัญญาเป็นโมฆียะ ต้องประกอบด้วย ๑ ขณะทำสัญญา ๒ ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ถูกเอาประกันชีวิต  ๓ รู้อยู่แล้ว  ๔ ละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริง หรือแถลงเป็นเท็จ ๕ ข้อความจริงซึ่งจูงใจผู้รับประกันภัย ให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น หรือบอกปัดไม่ทำสัญญา
ประเด็นที่ ๑  จากคำถาม การที่นายผอมทำหนังสือยินยอมให้แพทย์ผ่าตัดมะเร็งก่อนทำสัญญา ๒ ปี แสดวงว่านายผอมซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้ว โดยนายผอมระบุในคำขอเอาประกันภัยถือว่าอยู่ในขณะทำสัญญา  แต่การที่นายผอมแจ้งว่าตนมีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นโรคมะเร็ง จึงเป็นการละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริง หรือปกปิดของความ  และโรคมะเร็งเป็นโรคอันตรายร้ายแรงซึ่งถ้านายผอมเปิดเผยให้บริษัทประกันภัยทราบก็จะจูงใจให้เรียกเบี้ยสูงขึ้น หรือ บอกปัดไม่ทำสัญญา ดังนั้นสัญญาประกันชีวิตจึงมีผลเป็นโมฆียะ  เพราะครบหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๘๖๕ วรรคแรก
ประเด็นที่ ๒ เมื่อสัญญาเป็นโมฆียะ บริษัทต้องใช้สิทธิบอกล้างภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ในมาตรา ๘๖๕ วรรคสอง ที่บัญญัติว่า “ถ้ามิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันทราบมูลอันจะบอกล้างได้ก็ดี หรือมิได้ใช้สิทธินั้นภายในกำหนดห้ามีนับแต่วันทำสัญญาก็ดี ท่านว่าสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไป”
ตามมาตรา ๘๖๕ นี้ บริษัทประกันภัยจะต้องใช้สิทธิบอกล้างภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่บริษัทประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้  ปัญหา คือ วันเริ่มต้นนับหนึ่งเดือน ถือเอาวันใด จากคำถามวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑   ซึ่งเป็นวันที่นางอ้วนภรรยาผู้รับประโยชน์ได้ยื่นหลักฐานใบรายงานทางการแพทย์ระบุว่านายผอมตายด้วยโรคมะเร็ง  และนายผอมเคยได้รับการผ่าตัดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อ ๒ ปีก่อน ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่นายผอมเอาประกันชีวิตไว้กับบริษัทประกัน  ดังนั้นในวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑  จึงถือว่าบริษัทมีเหตุควรทราบได้แล้ว่า นายผอมได้ปกปิดความจริง  หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งบริษัทประกันได้ทราบข้อมูลอันจะบอกล้างโมฆียะตั้งแต่วันที่ผู้รับประโยชน์ยื่นคำขอรับประโยชน์  บริษัทประกันจะอ้างว่ารายงานแพทย์ดังกล่าวไม่แน่นอน และบริษัทยังจะต้องสืบสวนต่อไปจนได้ความจริงแน่นอน และขอถือเวลาวันที่บริษัทได้ทราบความจริง  คือ วันที่ ๒๒  พฤศจิกายน ๒๕๕๑   เป็นวันเริ่มต้นนับระยะเวลาหนึ่งเดือน ไม่ได้เพราะกฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าทราบความจริง แต่บัญญัติว่าทราบข้อมูลอันจะบอกล้างได้  เมื่อบริษัทบอกล้าง วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑   จึงเกินหนึ่งเดือน นับแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑  แล้วผลทางกฎหมายก็คือ บริษัทจึงไม่มีสิทธิที่จะบอกล้างโมฆียะได้แล้ว
ดังนั้น บริษัทประกันภัยมีหน้าที่จ่ายเงินประกันภัยตามสัญญา (เทียบแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๒๗๔/๒๕๑๔)  (๓๐ คะแนน)

ข้อ ๓ นายดำทำสัญญาประกันชีวิต และสัญญาเพิ่มเติมกรณีพิเศษกรณีป่วยเจ็บทุพพลภาพไว้กับบริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิต จำกัด  ในวงเงินเอาประกัน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยนายดำได้กรอกคำตอบในใบคำขอเอาประกันภัยว่า นายดำไม่เคยเป็น หรือทราบว่าเป็น หรือเคยได้รับคำแนะนำ หรือการักษาโรค มะเร็ง เนื้องอก ตุ่มเนื้อ หรืออวัยวะใดๆ ที่งอก หรือโตขึ้นผิดปกติ  ไม่เคยมีอาการผิดปกติที่เต้านมมาก่อน ต่อมาในระหว่างอายุกรมธรรม์ นายดำป่วยด้วยโรคแผลในกระเพาะอาหารต้องเข้ารับการรักษาเสียค่าใช้จ่ายไป ๕๐๐,๐๐๐ บาท  นายดำจึงขอให้บริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิต จำกัด ชดใช้ความรักษาพยาบาลดังกล่าว บริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิต จำกัด  ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลพบว่าก่อนทำสัญญาประกันชีวิตนายดำเคยเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี แพทย์ได้ตรวจพบว่ามีก้อนเนื้อที่ปอดข้างซ้าย บริษัทร่มพฤกษ์ ประกันชีวิต จำกัด เห็นว่าสัญญานี้ตกเป็นโมฆียะ จึงบอกล้าง และปฏิเสธไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาทให้แก่นายดำ  ทั้งนี้นายดำได้โต้แย้งว่า นายดำเข้ารับการรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารอันเป็นเรื่องของสัญญาเพิ่มเติมกรณีเจ็บป่วยทุพพลภาพ ซึ่งมิใช่สัญญาประกันชีวิต การไม่เปิดเผยข้อความจริงดังกล่าวเป็นเรื่องของสัญญาประกันชีวิต สัญญาเพิ่มเติมพิเศษกรณีเจ็บป่วยทุพพลภาพจึงไม่เป็นโมฆียะ  บริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิต จำกัด ต้องชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้แก่นายดำ เช่นนี้ให้วินิจฉัยว่าข้ออ้างของนายดำฟังขึ้นหรือไม่ ( ๓๕ คะแนน)

ธงคำตอบข้อ ๓ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๕ ,๘๙๓ คำพิพากษาศาลฎีกาที่๓๖๘๒/๒๕๔๕ 
การที่นายดำทำสัญญาประกันชีวิต และสัญญาเพิ่มเติมกรณีเจ็บป่วยทุพพลภาพ กับบริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิตจำกัด พร้อมกันเช่นนี้สัญญาเพิ่มเติมพิเศษกรณีเจ็บป่วยทุพพลภาพ แม้จะมิใช่เป็นสัญญาประกันชีวิต แต่ต้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประกันชีวิต  และการที่นายดำไม่เปิดเผยข้อความจริงเรื่องที่เคยเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และแพทย์ตรวจพบว่ามีก้อนเนื้อที่ปอดข้างซ้ายอันเป็นความจริงที่อาจจูงใจให้ผู้รับประกันเรียกเบี้ยสูงขึ้น หรือบอกปัดไม่ทำสัญญา จึงทำให้สัญญาเป็นโมฆียะทั้งหมด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๖๕ และ ๘๙๒ เมื่อบริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิต จำกัด บอกล้างแล้ว ย่อมตกเป็นโมฆะจึงไม่จำต้องชดใช้ค่ารักษาพยาบาลจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาทให้นายดำแม้การที่นายดำเข้าการรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร จะเป็นการเจ็บป่วยมิใช่เรื่องของการประกันชีวิตก็ตาม
ดังนั้น ข้อโต้แย้งของนายดำจึงฟังไม่ขึ้น (๓๕ คะแนน)

                                                                     หวังว่าทุกคนคงโชดดีในการสอบทุกคนครับ
                                                                               อ.โกญจนาท เจริญสุข








评论 (1)

请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

若要添加评论,请使用您的 Windows Live ID 登录(如果您使用过 Hotmail、Messenger 或 Xbox LIVE,您就拥有 Windows Live ID)。登录


还没有 Windows Live ID 吗?请注册

สงสัยมันคงได้ A หมดแหงเลยถามง้ายง่าย555555555
10 月 12 日

引用通告

此日志的引用通告 URL 是:
http://nitisart-kru.spaces.live.com/blog/cns!7C1515DAD8BF2BB2!1466.trak
引用此项的网络日志