สำหรับนักศึกษาวิชากฎหมายประกันภัย(นบ3101) ภาค 2/2552 กลุ่ม 1
ผู้บรรยาย อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข
บรรยายวัน พุธ ห้อง 1406 อาคาร มังคละพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก เวลา 14.10 - 15.40
ประกาศ
การเปลี่ยนเวลา เรียนเป็น เวลา 13.10 -15.40 น
เอกสารประกอบคำบรรยาย
สามารถดาวน์โหลดเอกสาร(last version) ได้ที่ ลิงค์ดังต่อไปนี้
การบ้านและแบบฝึกหัด
1. การบ้านครั้งที่ 1 สั่งในห้องเรียน วันที่สั่ง 27 ตุลาคม 2552 กำหนดส่ง วัน ศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2552 เวลา 18.00 น
31 ตุลาคม
สำหรับนักศึกษาวิชาความรุ้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป (นบ1501) ภาค 2/2552 กลุ่ม 3 (สาขาวิชาบัญชี และสาขาการเงิน)
ผู้บรรยาย อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข
บรรยายวัน ศุกร์ ห้อง 3202อาคาร มังคละพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก เวลา 14.10 - 15.40
ประกาศ
1. ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มเพื่อทำรายงาน กลุ่มๆ 5 คน และให้เสนอรายชื่อให้กับอาจารย์ภายใน วันศุกร์ ที่6 พฤศจิกายน 2552
2. ให้นักศึกษากำหนดหัวข้อรายงานพร้อมทั้ง รายละเอียดอย่างคร่าวๆ ของเนื้อหารายงาน ให้แก่อาจารย์ภายวัน ศุกร์ ที่6 พฤศจิกายน 2552
3. กำหนดในการส่งรายงาน ให้ส่งฉบับสมบูรณ์(ฉบับที่อาจารย์appove)
ภายใน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553
กระดานบอร์ด
นักศึกษาสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร และ ตั้งกระทู้ถามตอบในปัญหาข้อสงสัยต่างๆ รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ โดยลิงค์ไปที่
กระดานบอร์ด กฎหมายทั่วไป นบ.1501
เอกสารประกอบคำบรรยาย
สามารถดาวน์โหลดเอกสาร(last version) ได้ที่ ลิงค์ดังต่อไปนี้
การบ้านและแบบฝึกหัด
1. การบ้านครั้งที่ 1 สั่งในห้องเรียน
วันที่สั่ง 29 ตุลาคม 2552 กำหนดส่ง วัน พุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา 18.00 น
2. การบ้านครั้งที่ 2 สั่งวัน พุธ ที่ ๔ พฤศจิกายน 2552 กำหนดส่ง วัน จันทร์ ที่ ๙ พฤศจิกายน 2552เวลา 18.00 น
3. การบ้านครั้งที่ 3 สั่งวัน พุธ ที่..... พฤศจิกายน 2552 กำหนดส่ง วัน จันทร์ ที่..... พฤศจิกายน 2552เวลา 18.00 น
4. การบ้านครั้งที่ 4 สั่งวัน พุธ ที่..... พฤศจิกายน 2552 กำหนดส่ง วัน จันทร์ ที่..... พฤศจิกายน 2552เวลา 18.00 น
5. การบ้านครั้งที่ 5. สั่งวัน พุธ ที่ ..... ธันวาคม 2552 กำหนดส่ง วัน จันทร์ ที่..... ธันวาคม 2552 เวลา 18.00 น
6 การบ้านครั้งที่ 6 สั่งวัน พุธ ที่..... ธันวาคม 2552 กำหนดส่ง วัน จันทร์ ที่..... ธันวาคม 2552 เวลา 18.00 น
7 การบ้านครั้งที่ 7 สั่งวัน พุธ ที่..... ธันวาคม 2552 กำหนดส่ง วัน จันทร์ ที่..... ธันวาคม 2552 เวลา 18.00 น
8. การบ้านครั้งที่ 8 สั่งวัน พุธ ที่..... ธันวาคม 2552 กำหนดส่ง วัน จันทร์ ที่..... ธันวาคม 2552 เวลา 18.00 น
9. การบ้านครั้งที่ 9 สั่งวัน พุธ ที่..... มกราคม 2552 กำหนดส่ง วัน จันทร์ ที่..... มกราคม 2552 เวลา 18.00 น
10. การบ้านครั้งที่ 10สั่งวัน พุธ ที่..... มกราคม 2552 กำหนดส่ง วัน จันทร์ ที่..... มกราคม 2552 เวลา 18.00 น
11. การบ้านครั้งที่ 11สั่งวัน พุธ ที่..... มกราคม 2552 กำหนดส่ง วัน จันทร์ ที่..... มกราคม 2552 เวลา 18.00 น
12. การบ้านครั้งที่ 12 สั่งวัน พุธ ที่..... กุมภาพันธ์ 2552 กำหนดส่ง วัน จันทร์ ที่..... กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 18.00 น
October 08
นักศึกษาที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้กรุณาติดต่อพบอาจารย์โกญจนาท เจริญสุข เป็นการด่วน
หรือติดต่อที่ ๐๘๔-๓๘๕-๕๙๘๕ ครับ
501-03-0074 นางสาว สุวิมล ทองชุม
501-03-0165 นายศักดิ์นรินทร์ อ่อนมีคุณ
501-03-0352 นายวิทยา นาเวียง
501-03-0382 นายเอกนฤน โพธิ์ศรี
501-03-0409 นางสาวศิริรัตน์ แสนหาญ
501-03-0418 นางสาวภิราภรณ์ ศรดา
501-03-0094
นางสาวสุดาพร เพาะนาไร่
501-03-0139
นายสมชาติ เสริมสุขต่อ
501-03-0415
นายจิระยุทธ ธิมาชัย
491-03-0158
นางสาว วราพร พระสุรัตน์
491-03-0218 นายสุวัฒชัย คำชื่น
501-03-0095 นางสาว ดาหวัน บางทราย
501-03-0113 นายจำเริญ ริศจรจาก
501-03-0124 นางสาว ศิริมาส บุญธรรม
501-03-0210 นางสาว ยุพิน บัวตัน
501-03-0214 นายอรรถพล สดชื่น
501-03-0242 นายอรรถพล ราชภูติ
501-03-0292 นายวรพันธ์ ฟักเขียว
501-03-0298 นางสาวอัชญา เหลาดี
501-03-0380 นางสาวรัชดาภรณ์ ใจสุขใส
501-03-0383 นางสาว ปิยฉัตร พฤกษชาติ
501-03-0396 นายอดิศักดิ์ ศิลประเสริฐ
501-03-0398 นายเจษฎาภรณ์ บุญญาสัย
501-03-0402 นายสมมาตร วีระพันธุ์
501-03-0404 นายพงษ์นเรศ ศิริสถิตย์
501-03-0411 นายอัจฉพล เวียงนนท์
501-03-0414 นายแสงสกุล มณฑีรรัตน์
501-03-0423 นางสาว อนุสรา คำหงษา
501-03-0429 นางสาว พิกุล รัตนมุง
October 02
ธงคำตอบ
สอบไล่วิชา นบ.๓๑๐๑ กฎหมาย ลักษณะประกันภัย กลุ่ม ๑ (๒ หน่วยกิต) ภาค ต้น ปีการศึกษา ๒๕๕๒
สอบวัน ศุกร์ ที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๓๐ น (๒ ชั่วโมง)
ผู้ออกข้อสอบ อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อ ๑ หนึ่งได้เอาประกันภัยรถยนต์ของตนไว้กับบริษัทประกันภัยจำกัด เพื่อความเสียหายอันเกิดแก่บุคคลภายนอก จำนวนเงินที่เอาประกันภัย ๑ แสน โดยกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อตกลงว่า “บริษัทจะถือว่า บุคคลใดซึ่งขับรถโดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ถือเสมือนหนึ่งว่าเป็นผู้เอาประกันภัย” และในขณะเดียวกัน เขาก็ได้เอาประกันภัยในความเสียหายอันเกี่ยวกับรถยนต์อีกรมธรรม์หนึ่งด้วย วงเงินที่เอาประกัน ๒ แสนบาทในระหว่างอายุสัญญาประกันภัยสองได้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวจากนายหนึ่งเพื่อนำไปทำรถแท็กซี่มิเตอร์ โดยตกลงกันว่าในวันรับรถให้หนึ่งเป็นคนนำรถไปส่งให้สอง พอถึงวันนัดหนึ่งต้องไปธุระต่างจังหวัดกะทันหัน หนึ่งจึงโทรศัพท์แจ้งให้สองมาขับรถไปเอง และบอกว่าหากมีอะไรเกิดขึ้น เขาจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง และทั้งสองคนยังไม่ได้แจ้งการซื้อขายให้บริษัททราบ ปรากฏว่าระหว่างที่นายสองขับรถจากบ้านของหนึ่งไปนั้น สองประสบอุบัติเหตุชนกับรถของสามเสียหาย คิดเป็นเงิน ๕ หมื่นบาท และรถของหนึ่งก็เสียหายคิดเป็นเงิน ๓ หมื่นบาทด้วย จงวินิจฉัยว่า บริษัทประกันภัยจำกัดต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ใคร อย่างไรหรือไม่ เพราะเหตุใด (๓๕ คะแนน)
ธงคำตอบ ข้อ ๑ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ๘๖๒ , ๘๖๓ , ๘๗๕ , ๘๗๗ , และ ๘๘๗
กรณีตามปัญหา หนึ่งเอาประกันภัยรถยนต์ของตนไว้กับบริษัทประกันภัย ฯ เมื่อหนึ่งเป็นเจ้าของรถก็ย่อมต้องถือว่าหนึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกันภัย สัญญาจึงมีผลผูกพัน ตาม มาตรา ๘๖๓ และเมื่อไม่ได้ระบุผู้รับประโยชน์ไว้เขาจึงเป็นทั้งผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์ ตาม มาตรา ๘๖๒ วรรคท้าย การประกันภัยสามารถที่จะแยกพิจารณาได้ ๒ กรณี
กรณีแรก การประกันภัยเพื่อความเสียหายอันเกิดแก่บุคคลภายนอก ถือว่าเป็นสัญญาประกันภัยค้ำจุน ตามมาตรา ๘๘๗ เมื่อกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อตกลงอย่างไรก็ต้องถือปฏิบัติตามนั้นฯ การที่สองได้ขับรถคนดังกล่าว โดยความยินยอมของหนึ่งผู้เอาประกันภัย ถือว่าการขับรถยนต์ของสองเสมือนว่าสองเป็นผู้เอาประกันภัยด้วย เมื่อเกิดอุบัติเหตุไปชนกับรถยนต์ของสามเสียหายคิดเป็นเงิน ๕ หมื่นบาท สามจึงมีสิทธิเรียกร้องค่าซ่อมรถจากบริษัทประกันภัยได้ตามสัญญาประกันภัยค้ำจุน ตาม มาตรา ๘๘๗ ประกอบมาตรา ๘๗๗(๑)
กรณีที่สอง การที่สองได้ซื้อรถยนต์ที่มีประกันภัยไปจากหนึ่งซึ่งยังไม่มีใครแจ้งการโอนซื้อขายให้บริษัทประกันภัยทราบ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นทำให้รถที่ได้เอาประกันภัยไว้ไดรับความเสียหายคิดเป็นเงิน ๓ หมื่นบาทนั้น กรณีนี้ ถือว่าสิทธิตามสัญญาที่หนึ่งเอาประกันภัยไว้นั้นไม่โอนไปยังนายสองผู้ซื้อ เพราะยังไม่ได้มีการบอกกล่าวการโอนให้กับบริษัทประกันภัยทราบ สัญญาประกันภัยจึงยังคงอยู่กับหนึ่งผู้เอาประกันภัยตามมาตรา ๘๗๕ วรรค ๒ และในขณะที่รถยนต์ได้รับความเสียหายนั้น หนึ่งผู้เอาประกันภัยไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เพราะได้ขายรถยนต์ให้สองไปแล้ว จึงไม่มีส่วนได้เสียอีกด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับหนึ่งตาม มาตรา ๘๖๒ วรรคท้าย ๘๖๓ และ ๘๗๗ รวมทั้งไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับสองด้วย และในกรณีที่สองจะนำรถยนต์คันนี้ไปทำเป็นแท็กซี่มิเตอร์ ซึ่งทำให้ช่องแห่งภัยเพิ่มมากขึ้น ตามมาตรา ๘๗๕ วรรคสอง ก็ไม่มีผลที่จะต้องนำมาพิจารณาแต่อย่างใด (๓๕ คะแนน)
ข้อ ๒ นายผอมป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ นายผอมทำหนังสือยินยอมให้แพทย์ผ่าตัดมะเร็งเมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๔๙ อีก ๒ ปี ต่อมานายผอมทำสัญญาประกันชีวิตตนเองไว้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งแบบอาศัยความมรณะ ระยะเวลา คุ้มครอง ๒๐ ปี จำนวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐บาท โดยไม่ได้มีการตรวจสุขภาพ นายผอมระบุในคำขอเอาประกันว่าตนมีสุขภาพสมบูรณ์ วันทำสัญญา คือ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ ต่อมาวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ นายผอมตายด้วยโรคมะเร็ง นางอ้วนภรรยาผู้รับประโยชน์ได้ยื่นขอรับเงินประกันชีวิตเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ โดยยื่นหลักฐานคือ ใบรายงานแพทย์แจ้งสาเหตุการตายว่าเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง และได้ระบุไว้ในรายงานด้วยว่า นายผอมเคยได้รับการผ่าตัดโรงมะเร็งลำไส้เมื่อ ๒ ปีก่อน ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ นายผอมเอาประกันชีวิตไว้กับบริษัทประกันภัย แต่บริษัทประกันภัยพิจารณาแล้วเห็นว่า รายงานแพทย์ดังกล่าวยังไม่แน่นอนบริษัทประกันภัยยังต้องสืบสวนต่อไปจนกว่าจะได้ความจริงเสียก่อน ดังนั้น ในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ บริษัทประกันภัยได้ส่งพนักงานของบริษัทไปตรวจสอบข้อมูลจากโรงพยาบาล จึงทราบความจริงในวันนี้ว่า นายผอมตายด้วยโรคมะเร็งซึ่งเป็นมาก่อนทำสัญญาจริง บริษัทจึงใช้สิทธิบอกล้างไม่จ่ายเงินให้นางอ้วน โดยอ้างว่าสัญญาเป็นโมฆียะ ในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ดังนี้ อยากทราบว่าสัญญาเป็นโมฆียะหรือไม่ และบริษัทประกันมีหน้าที่จ่ายเงินตามสัญญาประกันหรือไม่ เพราะเหตุใด ( ๓๐ คะแนน)
ธงคำตอบข้อ ๒ มาตรา ๘๖๕ วรรคแรก บัญญัติว่า “ถ้าในเวลาทำสัญญาประกันภัยผู้เอาประกันภัยก็ดี หรือในกรณีประกันชีวิตก็ดี บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพ หรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัย ให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีก หรือให้บอกปัด ไม่ยอมทำสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ” จากมาตรานี้สัญญาเป็นโมฆียะ ต้องประกอบด้วย ๑ ขณะทำสัญญา ๒ ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ถูกเอาประกันชีวิต ๓ รู้อยู่แล้ว ๔ ละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริง หรือแถลงเป็นเท็จ ๕ ข้อความจริงซึ่งจูงใจผู้รับประกันภัย ให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น หรือบอกปัดไม่ทำสัญญา
ประเด็นที่ ๑ จากคำถาม การที่นายผอมทำหนังสือยินยอมให้แพทย์ผ่าตัดมะเร็งก่อนทำสัญญา ๒ ปี แสดวงว่านายผอมซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้ว โดยนายผอมระบุในคำขอเอาประกันภัยถือว่าอยู่ในขณะทำสัญญา แต่การที่นายผอมแจ้งว่าตนมีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นโรคมะเร็ง จึงเป็นการละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริง หรือปกปิดของความ และโรคมะเร็งเป็นโรคอันตรายร้ายแรงซึ่งถ้านายผอมเปิดเผยให้บริษัทประกันภัยทราบก็จะจูงใจให้เรียกเบี้ยสูงขึ้น หรือ บอกปัดไม่ทำสัญญา ดังนั้นสัญญาประกันชีวิตจึงมีผลเป็นโมฆียะ เพราะครบหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๘๖๕ วรรคแรก
ประเด็นที่ ๒ เมื่อสัญญาเป็นโมฆียะ บริษัทต้องใช้สิทธิบอกล้างภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ในมาตรา ๘๖๕ วรรคสอง ที่บัญญัติว่า “ถ้ามิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันทราบมูลอันจะบอกล้างได้ก็ดี หรือมิได้ใช้สิทธินั้นภายในกำหนดห้ามีนับแต่วันทำสัญญาก็ดี ท่านว่าสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไป”
ตามมาตรา ๘๖๕ นี้ บริษัทประกันภัยจะต้องใช้สิทธิบอกล้างภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่บริษัทประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้ ปัญหา คือ วันเริ่มต้นนับหนึ่งเดือน ถือเอาวันใด จากคำถามวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันที่นางอ้วนภรรยาผู้รับประโยชน์ได้ยื่นหลักฐานใบรายงานทางการแพทย์ระบุว่านายผอมตายด้วยโรคมะเร็ง และนายผอมเคยได้รับการผ่าตัดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อ ๒ ปีก่อน ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่นายผอมเอาประกันชีวิตไว้กับบริษัทประกัน ดังนั้นในวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ จึงถือว่าบริษัทมีเหตุควรทราบได้แล้ว่า นายผอมได้ปกปิดความจริง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งบริษัทประกันได้ทราบข้อมูลอันจะบอกล้างโมฆียะตั้งแต่วันที่ผู้รับประโยชน์ยื่นคำขอรับประโยชน์ บริษัทประกันจะอ้างว่ารายงานแพทย์ดังกล่าวไม่แน่นอน และบริษัทยังจะต้องสืบสวนต่อไปจนได้ความจริงแน่นอน และขอถือเวลาวันที่บริษัทได้ทราบความจริง คือ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เป็นวันเริ่มต้นนับระยะเวลาหนึ่งเดือน ไม่ได้เพราะกฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าทราบความจริง แต่บัญญัติว่าทราบข้อมูลอันจะบอกล้างได้ เมื่อบริษัทบอกล้าง วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ จึงเกินหนึ่งเดือน นับแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ แล้วผลทางกฎหมายก็คือ บริษัทจึงไม่มีสิทธิที่จะบอกล้างโมฆียะได้แล้ว
ดังนั้น บริษัทประกันภัยมีหน้าที่จ่ายเงินประกันภัยตามสัญญา (เทียบแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๒๗๔/๒๕๑๔) (๓๐ คะแนน)
ข้อ ๓ นายดำทำสัญญาประกันชีวิต และสัญญาเพิ่มเติมกรณีพิเศษกรณีป่วยเจ็บทุพพลภาพไว้กับบริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิต จำกัด ในวงเงินเอาประกัน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยนายดำได้กรอกคำตอบในใบคำขอเอาประกันภัยว่า นายดำไม่เคยเป็น หรือทราบว่าเป็น หรือเคยได้รับคำแนะนำ หรือการักษาโรค มะเร็ง เนื้องอก ตุ่มเนื้อ หรืออวัยวะใดๆ ที่งอก หรือโตขึ้นผิดปกติ ไม่เคยมีอาการผิดปกติที่เต้านมมาก่อน ต่อมาในระหว่างอายุกรมธรรม์ นายดำป่วยด้วยโรคแผลในกระเพาะอาหารต้องเข้ารับการรักษาเสียค่าใช้จ่ายไป ๕๐๐,๐๐๐ บาท นายดำจึงขอให้บริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิต จำกัด ชดใช้ความรักษาพยาบาลดังกล่าว บริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิต จำกัด ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลพบว่าก่อนทำสัญญาประกันชีวิตนายดำเคยเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี แพทย์ได้ตรวจพบว่ามีก้อนเนื้อที่ปอดข้างซ้าย บริษัทร่มพฤกษ์ ประกันชีวิต จำกัด เห็นว่าสัญญานี้ตกเป็นโมฆียะ จึงบอกล้าง และปฏิเสธไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาทให้แก่นายดำ ทั้งนี้นายดำได้โต้แย้งว่า นายดำเข้ารับการรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารอันเป็นเรื่องของสัญญาเพิ่มเติมกรณีเจ็บป่วยทุพพลภาพ ซึ่งมิใช่สัญญาประกันชีวิต การไม่เปิดเผยข้อความจริงดังกล่าวเป็นเรื่องของสัญญาประกันชีวิต สัญญาเพิ่มเติมพิเศษกรณีเจ็บป่วยทุพพลภาพจึงไม่เป็นโมฆียะ บริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิต จำกัด ต้องชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้แก่นายดำ เช่นนี้ให้วินิจฉัยว่าข้ออ้างของนายดำฟังขึ้นหรือไม่ ( ๓๕ คะแนน)
ธงคำตอบข้อ ๓ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๕ ,๘๙๓ คำพิพากษาศาลฎีกาที่๓๖๘๒/๒๕๔๕
การที่นายดำทำสัญญาประกันชีวิต และสัญญาเพิ่มเติมกรณีเจ็บป่วยทุพพลภาพ กับบริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิตจำกัด พร้อมกันเช่นนี้สัญญาเพิ่มเติมพิเศษกรณีเจ็บป่วยทุพพลภาพ แม้จะมิใช่เป็นสัญญาประกันชีวิต แต่ต้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประกันชีวิต และการที่นายดำไม่เปิดเผยข้อความจริงเรื่องที่เคยเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และแพทย์ตรวจพบว่ามีก้อนเนื้อที่ปอดข้างซ้ายอันเป็นความจริงที่อาจจูงใจให้ผู้รับประกันเรียกเบี้ยสูงขึ้น หรือบอกปัดไม่ทำสัญญา จึงทำให้สัญญาเป็นโมฆียะทั้งหมด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๖๕ และ ๘๙๒ เมื่อบริษัทร่มพฤกษ์ประกันชีวิต จำกัด บอกล้างแล้ว ย่อมตกเป็นโมฆะจึงไม่จำต้องชดใช้ค่ารักษาพยาบาลจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาทให้นายดำแม้การที่นายดำเข้าการรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร จะเป็นการเจ็บป่วยมิใช่เรื่องของการประกันชีวิตก็ตาม
ดังนั้น ข้อโต้แย้งของนายดำจึงฟังไม่ขึ้น (๓๕ คะแนน)
หวังว่าทุกคนคงโชดดีในการสอบทุกคนครับ
อ.โกญจนาท เจริญสุข